คงมีหลายครั้งในชีวิตที่คุณตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์
ที่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อเอาตัวรอด
คุณไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์นี้คนเดียว
อีเลน แฮมิลตัน โค้ชชีวิตและครูสอนเรกิ
ผู้พบพานลูกศิษย์ไร้สุขมาหลายพันคน
ที่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อเอาตัวรอด
คุณไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์นี้คนเดียว
อีเลน แฮมิลตัน โค้ชชีวิตและครูสอนเรกิ
ผู้พบพานลูกศิษย์ไร้สุขมาหลายพันคน
มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง
ลูกศิษย์ของอีเลนรายหนึ่งเป็นชาวนิวยอร์กแต่กำเนิด
แต่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ
หลายปีก่อนมานี้เอง ที่เธอกลับมาตั้งรกราก
ในนิวยอร์กอย่างจริงจัง ปรากฏว่าเธอเกิดอาการ "ช็อคทางวัฒนธรรม"
เธอพบว่าชาวนิวยอร์กแข็งกระด้าง
ไม่ชอบทักทาย ไม่พูดขอบคุณ ไม่พูดขอโทษ
ด้วยความที่เธอยึดหลัก"เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม"
เธอจึงเริ่มปรับตัวเข้ากับชาวนิวยอร์ก
เธอไม่ทักทาย ไม่ขอบคุณ ไม่ขอโทษ
เธอเล่าเรื่องนี้ให้อีเลนฟัง ฟังดูเหมือนเธอปรับตัวได้
แต่อีเลนสังเกตว่าเธอไม่มีความสุขเลยกับตัวตนใหม่ที่เธอเป็น
เพื่อที่จะปรับตัวให้เข้ากับ "นิวยอร์กเกอร์"
หญิงสาวผู้นี้ยอมสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง
อีเลนสังเกตว่าความเชื่อในเรื่องของการปรับตัวให้เข้ากับพวกพ้องนี้
ทำให้เธอเอาตัวรอด แต่ขณะเดียวกัน
มันได้ทำลายความเชื่อในเรื่องการใช้ชีวิต
อย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของเธอลงอย่างสิ้นเชิง
หญิงสาวเกิดความเชื่อใหม่ที่ขัดแย้งกับความเชื่อเก่า
ความเชื่อใหม่ของเธอมีอยู่ว่า
1) นิวยอร์กเกอร์ต้องแข็งกระด้าง
2) ถ้าเขาไม่ทักทายเรา เราต้องไม่ทักทายเขาก่อน
3) เราจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อเราปรับตัวให้เข้ากับคนส่วนใหญ่
อีเลนมองเห็นทันทีว่าปัญหาของหญิงสาว
ไม่ได้อยู่ที่ชาวนิวยอร์กผู้แข็งกระด้าง
แต่อยู่ที่ความเชื่อใหม่ของหญิงสาวนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง
คุณจะมีความสุขที่แท้จริงได้
ก็ต่อเมื่อคุณซื่อสัตย์ต่อตัวคุณเอง
เมื่อเราตัดสินใจว่าเราควรทำสิ่งนี้แล้ว
จงปฏิบัติตามที่เราตัดสินใจ
หากคุณเชื่อในเรื่องการใช้ชีวิตอย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน
จงใช้ชีวิตตามนั้น
หญิงสาวไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเอง
เพื่อให้เข้ากับมาตรฐานชาวนิวยอร์กที่เธอเชื่อ
แต่เธอควรจะดำรงความเชื่อของเธอเอง
โดยการปรับมันให้ถูกต้องกับความเป็นจริงซึ่งมีอยู่ว่า
1) เราทุกคนมีวิธีปฏิบัติตนที่แตกต่างกันในชีวิตประจำวันได้
2) ถ้าเราอยากทักทายเขาก็จงทำ แม้เขาจะทำเป็นจำเราไม่ได้ก็ตาม
3) ฉันขอรับผิดชอบความสุขของฉันเอง ชาวนิวยอร์กไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบแทนฉัน
อีเลนสรุปว่า เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการการยอมรับ
จนถึงกับยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อเขา
คุณอาจเข้าใจอะไรผิดอยู่ก็ได้
การซื่อสัตย์ต่อตนเองต้องใช้ความกล้าหาญมาก
กล้าหาญที่จะถูกวิจารณ์และกล้าหาญที่จะปล่อยผ่าน
บุคคลที่ไม่ยอมรับคุณ
หลักการคือแทนที่จะทำในสิ่งที่ค้านกับความเป็นตัวคุณ
ทำไมไม่สอนให้เขาเรียนรู้ที่จะยอมรับความเป็นคุณ
คุณถูกพนักงานขายในห้างกระแทกเสียงใส่
คุณไม่จำเป็นต้องปรับตัวคุณให้เข้ากับเธอ ด้วยการขึ้นเสียงตอบ
คุณยังคงเป็นคุณ รักษาความสุภาพและรอยยิ้มไว้
สอนเธอให้เป็นฝ่ายปรับตัวเข้าหาคุณ
ลองยิ้มให้เจ้านายขี้วีนสัก 10 ครั้ง
เขาอาจไม่ยิ้มตอบคุณทุกครั้ง
แต่คงไม่ทำหน้ายักษ์ใส่คุณทั้ง 10 ครั้ง
แต่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ
หลายปีก่อนมานี้เอง ที่เธอกลับมาตั้งรกราก
ในนิวยอร์กอย่างจริงจัง ปรากฏว่าเธอเกิดอาการ "ช็อคทางวัฒนธรรม"
เธอพบว่าชาวนิวยอร์กแข็งกระด้าง
ไม่ชอบทักทาย ไม่พูดขอบคุณ ไม่พูดขอโทษ
ด้วยความที่เธอยึดหลัก"เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม"
เธอจึงเริ่มปรับตัวเข้ากับชาวนิวยอร์ก
เธอไม่ทักทาย ไม่ขอบคุณ ไม่ขอโทษ
เธอเล่าเรื่องนี้ให้อีเลนฟัง ฟังดูเหมือนเธอปรับตัวได้
แต่อีเลนสังเกตว่าเธอไม่มีความสุขเลยกับตัวตนใหม่ที่เธอเป็น
เพื่อที่จะปรับตัวให้เข้ากับ "นิวยอร์กเกอร์"
หญิงสาวผู้นี้ยอมสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง
อีเลนสังเกตว่าความเชื่อในเรื่องของการปรับตัวให้เข้ากับพวกพ้องนี้
ทำให้เธอเอาตัวรอด แต่ขณะเดียวกัน
มันได้ทำลายความเชื่อในเรื่องการใช้ชีวิต
อย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของเธอลงอย่างสิ้นเชิง
หญิงสาวเกิดความเชื่อใหม่ที่ขัดแย้งกับความเชื่อเก่า
ความเชื่อใหม่ของเธอมีอยู่ว่า
1) นิวยอร์กเกอร์ต้องแข็งกระด้าง
2) ถ้าเขาไม่ทักทายเรา เราต้องไม่ทักทายเขาก่อน
3) เราจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อเราปรับตัวให้เข้ากับคนส่วนใหญ่
อีเลนมองเห็นทันทีว่าปัญหาของหญิงสาว
ไม่ได้อยู่ที่ชาวนิวยอร์กผู้แข็งกระด้าง
แต่อยู่ที่ความเชื่อใหม่ของหญิงสาวนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง
คุณจะมีความสุขที่แท้จริงได้
ก็ต่อเมื่อคุณซื่อสัตย์ต่อตัวคุณเอง
เมื่อเราตัดสินใจว่าเราควรทำสิ่งนี้แล้ว
จงปฏิบัติตามที่เราตัดสินใจ
หากคุณเชื่อในเรื่องการใช้ชีวิตอย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน
จงใช้ชีวิตตามนั้น
หญิงสาวไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเอง
เพื่อให้เข้ากับมาตรฐานชาวนิวยอร์กที่เธอเชื่อ
แต่เธอควรจะดำรงความเชื่อของเธอเอง
โดยการปรับมันให้ถูกต้องกับความเป็นจริงซึ่งมีอยู่ว่า
1) เราทุกคนมีวิธีปฏิบัติตนที่แตกต่างกันในชีวิตประจำวันได้
2) ถ้าเราอยากทักทายเขาก็จงทำ แม้เขาจะทำเป็นจำเราไม่ได้ก็ตาม
3) ฉันขอรับผิดชอบความสุขของฉันเอง ชาวนิวยอร์กไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบแทนฉัน
อีเลนสรุปว่า เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการการยอมรับ
จนถึงกับยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อเขา
คุณอาจเข้าใจอะไรผิดอยู่ก็ได้
การซื่อสัตย์ต่อตนเองต้องใช้ความกล้าหาญมาก
กล้าหาญที่จะถูกวิจารณ์และกล้าหาญที่จะปล่อยผ่าน
บุคคลที่ไม่ยอมรับคุณ
หลักการคือแทนที่จะทำในสิ่งที่ค้านกับความเป็นตัวคุณ
ทำไมไม่สอนให้เขาเรียนรู้ที่จะยอมรับความเป็นคุณ
คุณถูกพนักงานขายในห้างกระแทกเสียงใส่
คุณไม่จำเป็นต้องปรับตัวคุณให้เข้ากับเธอ ด้วยการขึ้นเสียงตอบ
คุณยังคงเป็นคุณ รักษาความสุภาพและรอยยิ้มไว้
สอนเธอให้เป็นฝ่ายปรับตัวเข้าหาคุณ
ลองยิ้มให้เจ้านายขี้วีนสัก 10 ครั้ง
เขาอาจไม่ยิ้มตอบคุณทุกครั้ง
แต่คงไม่ทำหน้ายักษ์ใส่คุณทั้ง 10 ครั้ง
ยื่นช็อกโกแลตให้เพื่อนร่วมงานสิบคน
คงมีใครสักคนที่รับมันจากคุณ
คงมีใครสักคนที่รับมันจากคุณ

2 comments:
i really love your articles a lot .
love it love it .It is so interesting!!! It is about Psychology (hope spell correctly na)
Don't forget to visit my blog too==>
http://www.atchongmek.blogspot.com
คุณ amita ผมสนใจบล้อกของคุณมาก มันมีเนื้อหาสาระดีครับ ผมจะขออนุญาตินำ้บล้อกของคุณไปใส่ลิ้งในบล้อกของผมได้หรือไม่ครับ หากอนุญาตกรุณาไปโพสต์บอกที่บล้อกบอร์ดของผมด้วยครับ บล้อกของผมคือhttp://www.atchongmek.blogspot.com
thanks
worren
แสดงความคิดเห็น